ตัวชี้วัดความเป็นเลิศในการจัดการศึกษาของประเทศต่างๆ ในปี 2015

จากการพิจารณาตัวชี้วัด 5 ตัว เพื่อจัดอันดับประเทศในโลกนี้ที่บริหารการศึกษาได้ดีเลิศระดับที่เรียกว่า “The World Top 20 Education Poll” โดย สำรวจข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศ  6 องค์การ ได้แก่

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD),

โครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA),

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO),

หน่วยข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ (EIU),

โครงการศึกษาแนวโน้มการจัดการศึกษาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (TIMSS)

และความคืบหน้าในระหว่างการอ่านและการเรียนรู้ (PIRLS)

พบว่าเกาหลีใต้มาอันดับ 1
ญีปุ่นอันดับ 2
อังกฤษอยู่อันดับที่ 5 เยอรมนี อยู่อันดับ 10

100

และเบลเยี่ยมอยู่อันดับ 20
ส่วนประเทศไทยเราไม่อยู่ใน 20 อันดับ
เหตุผลที่ประเทศเหล่านี้เขาบริหารการศึกษา (Educational Administration)ได้เป็นเลิศกว่าเรามีอะไรบ้าง?
คำตอบสำหรับคำถามข้อนี้อยู่ที่ หลักเกณฑ์ที่ใช้ประกอบการจัดอันดับประเทศที่จัดการศึกษาเป็นเลิศ ผู้จัดอันดับมีหลักเกณฑ์ในการวัดความเป็นเลิศอย่างไร?

315

การจัดอันดับความเป็นเลิศในครั้งนี้ เขาชี้ไปที่เรื่องที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการบริหารการศึกษา (Key Result Areas)  5 เรื่อง แล้วนำมาวัดผลการบริหารของแต่ละประเทศ แล้วจึงนำผลการวัดมาเปรียบเทียบกันครับ  นั่นก็คือ มีตัวชี้วัด 5 ตัว ดังต่อไปนี้ครับ
1.อัตราการเข้าเรียนของเด็กอนุบาล
EWEC under a construction and others 410
จะเห็นได้ว่าการดำเนินการเรื่องข้อ 1 เป็นเรื่องนโยบายเบื้องบนของผู้นำ ก็คือผู้นำจะกำหนดวิสัยทัศน์เรื่องเด็กอนุบาลและวัยก่อนเรียนนี้กันอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ political will ครับ ซึ่งการบริหารการศึกษารดับวัยก่อนเรียนและระดับอนุบาล ไทยมีนโยบายให้ภาคเอกชนเป็นฝ่ายบริหารจัดการและระยะหลังมีการกระจายอำนาจสู่ อปท.รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขก็จะเข้ามามีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วนในเรื่องการพัฒนาเด็กระดับนี้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน
2.คะแนนคณิต วิทย์ และการอ่าน ของเด็กประถมศึกษา
ข้อนี้นโยบายมีอยู่แล้วต้องตามไปดูเรื่องการนำนโยบายไปปฏิบัติ
234
3. คะแนนคณิต วิทย์ และการอ่าน ของเด็กมัธยม
อันนี้ก็เป็นเรื่องการปฏิบัติเช่นเดียวกันกับข้อ 2
4. อัตราการสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา
165
5. อัตราการสำเร็จการศึกษาในระดับวิทยาลัย

1176
สำหรับตัวชี้วัดในข้อ 4 และข้อ 5 นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำนโยบายไปปฏิบัติอีกเช่นกัน

คำถามจึงมีว่ากระทรวงศึกษาธิการจะทำอย่างไรให้บุคลากรในองค์การที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษาทั้งมวลมีความมุ่งมั่นในหน้าที่การบริหารการศึกษาโดยยึดมั่นในเป้าหมายร่วมกันว่า
1.จะต้องเพิ่มอัตราการสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยม ระดับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยให้เพิ่มสูงขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์

2.จะต้องเพิ่มอัตราการสำเร็จการศึกษาตามเป้าหมายดังกล่าวภายในเวลาเท่าใด

3..ในการเพิ่มอัตราการสำเร็จการศึกษาตามเป้าหมายดังกล่าวจะต้องมีการใช้เทคนิคและเครื่องมือในการบริหารจัดการตัวใดบ้าง และจะต้องใช้อย่างไรอีกด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s